
| |
 |
| |
|
|
|
|
สวัสดีครับ พี่น้องผองเพื่อนนักขายชาวไทยประกันที่รักทุกท่าน ผมและทีมงานที่รับผิดชอบงานหน่วยงานไอทีของบริษัท ฯ
มีความยินดีที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่าเราได้รับการอนุมัติ จากท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทั้งในด้านหลักการ
และ งบประมาณให้จัดทำ โครงการนักขายไร้ขีดจำกัด
ดังที่ท่านอาจทราบข่าวจากบทความที่ท่านกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายฉบับ
เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ที่แล้วมา ผมและทีมงาน ได้ให้ความสำคัญกับโครงการนี้เป็นอย่างมาก
เพราะตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยงานไอทีของบริษัทมากว่า ๒ ทศวรรษ โครงการนี้จะเป็นโครงการแรกที่เราให้บริการด้านไอทีสู่นักขาย
โดยตรง และเพื่อที่จะให้เกิดความเข้าใจอันดีถึงจุดประสงค์ และเนื้อหาของโครงการอันจะยังประโยชน์อย่างสูงแก่นักขาย
ไทยประกันทุกท่าน ผมจึงขอทำหน้าที่ เล่าสู่กันฟัง โดยสังเขปถึงความเป็นมาและความเป็นไปของโครงการ
ดังต่อไปนี้ |
ระบบไอทีของบริษัทในปัจจุบันที่ท่านเห็นเป็นจอภาพและแป้นพิมพ์ตั้งเรียงราย บนเคาน์เตอร์ของสำนักงานสาขากว่า ๒๕๐ สาขา
และที่สำนักงานใหญ่รวมเป็น คอมพิวเตอร์เกือบ ๓,๐๐๐ ตัวต่อเป็นเครือข่ายออนไลน์ทั่วประเทศนั้น เป็นระบบไอที
ที่ชาวไทยประกัน ควรภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ระบบไอที ไทยประกันชีวิต ต้องคนไทยประกันชีวิตดูแล เราจึงคิดค้น
และจัดทำขึ้นเองทั้งหมด ด้วยฝีมือคนไทยประกันล้วน ๆ ไม่ได้ซื้อหาจากใครที่ไหนมา เป็นระบบที่ทันสมัยให้บริการได้ครบวงจร
ของงานประกันชีวิต ชนิดที่ไม่มีใครในวงการของประเทศนี้จะไฮเทคได้เท่าเทียม เราจึงเป็น บริษัทประกันชีวิต ที่มีระบบไอที
ดีเด่นมากว่า ๒๐ ปีซ้อน
|
| |
|
|
| |
เมื่อพิจารณาระบบไอทีของบริษัทในส่วนที่ให้บริการข้อมูล
ข่าวสารแก่ฝ่ายขาย ผมต้องขอน้อมยอมรับว่ายังดูไม่ค่อยดี
สักเท่าไรนัก เนื่องด้วยเหตุผล ๒ ประการ ประการแรกคือ
ข้อจำกัดทางด้านเทคนิค ที่ข้อมูลของเราอยู่แยกกัน
ตามแต่ละสาขา จะทำงานหรือออกรายงานข่าวสารใดๆ
ที่ใช้ข้อมูลรวม หลายสาขา ก็เป็นอันให้มีอุปสรรคที่นอกจาก
จะให้ผลไม่ทันต่อความต้องการแล้ว
ก็ยังไม่สะดวกนานับประการ ซึ่งนักขายคงทราบแก่ใจดีอยู่
จนเป็นเหตุ ให้หน่วยงานไอทีต้องขออนุมัติจัดทำ
โครงการ รวมศูนย์ฐานข้อมูล อันเป็นโครงการขนาดใหญ่
(เวลายาวค่าใช้จ่ายเยอะ) เพื่อแก้ปัญหานี้ และปัญหาอื่น ๆ
อีกหลายประการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ ประมาณ
ปลายปี ๒๕๕๑ นี้
เหตุผลอีกประการหนึ่งคือ
การที่ทีมงานไอทีไม่เคยได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ โดยตรงกับนักขาย
ผมและทีมงานคิดเอาเองว่า ระบบไอทีที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
แก่ฝ่ายขายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในรูปรายงานเอกสาร
โดยพนักงานสาขาเป็นผู้จัดทำแทนให้นั้น เหมาะสมดีอยู่แล้ว
และเมื่อผมได้มีโอกาสเข้าสัมมนาไอที ที่บริษัทไดอิชิไลฟ์
ในปี 2546 ผม ได้เขียนบทสรุปจากการสัมมนา
เรื่อง นโยบายด้านไอทีของไดอิชิไลฟ์ เพื่อนำเสนอผู้บริหาร
ในเวลานั้น ตัวแทนของไดอิชิไลฟ์มีประมาณ ๔ หมื่นคน ได้ใช้
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกันหมดทุกคนมาเป็นเวลากว่า ๓ ปีแล้ว
ณ เวลาเดียวกันถ้าหันกลับมามองเรา พบว่าทักษะ
ทางเทคโนโลยี ล้าหลังกว่าญี่ปุ่นถึง 10 ปี ผมถึงกับสรุป
ในรายงาน ว่า เรา ไทยประกัน จะสามารถ
ทำเช่นไดอิชิไลฟ์ ได้อย่างเร็วก็ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี
นับจากนี้
|
|

เมื่อกลางปี ๒๕๕๐ ผมได้ปรารภถึงเรื่องนี้กับ
ผช.กรรมการผู้จัดการใหญ่ ดร.กานดาวดี
ท่านจึงชักชวนให้ผมเข้าร่วมงาน
ฉวยเวลาคว้าโอกาส (Seize The Day)
ซึ่งจัดขึ้น ณ จังหวัดสุราษฎรธานี พิษณุโลกและเชียงใหม่
ในระหว่างเดือน กรกฎาคมถึงสิงหาคม ๒๕๕๐ โดยมีแผน
ไปตรวจเยี่ยมสำนักงานสาขาที่อยู่ใกล้เคียงกับสถานที่จัดงาน
หลายสาขา อันเป็นโอกาสที่จะได้พบปะกับตัวแทนฝ่ายขาย
เพื่อรับฟังความคิดเห็นและสังเกตการณ์ใน พฤติกรรม
การใช้ไอที ของนักขาย เมื่อผมได้สัมผัสข้อเท็จจริงด้วยตา
และหูของตัวเองในโอกาสนี้ จึงต้องรับสารภาพว่า ผมคิดผิด
ผมได้พบว่า นักขายไทยประกันหลายกลุ่มในทุกภาค
ของประเทศ ใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ในการส่งเสริม
และบริหารการขาย กันจนเป็นเรื่องธรรมดา ที่ผมรู้สึก
ไม่ธรรมดาไปด้วย การที่สามารถเอารายงานเบี้ยต่างสาขา
มาบันทึก เข้าตารางคำนวณเพื่อใช้บริหารทีมงาน
ตลอดจนเข้าใจถึงประโยชน์ของการ บริหารลูกค้าสัมพันธ์
บ่งบอกความเป็นนักขายมืออาชีพ ที่เข้าใจไอทีเป็นอย่างดี
โดยมิได้รับการอบรมจากที่ใด และนักขายกลุ่มนี้ก็ใช่ว่า
จะเป็น คนรุ่นหนุ่มสาวเสียทั้งหมดมีผู้อาวุโสอยู่ไม่น้อย
จากการสำรวจเพิ่มเติมในภายหลังพบว่า นักขายไทยประกัน
ที่มีโน้ตบุ๊กใช้ มีอยู่เกือบ ๓,๐๐๐ คนแม้จะเป็นจำนวนน้อย
เมื่อเทียบกับจำนวนนักขายทั้งหมด ในสังกัดไทยประกัน
แต่เป็นจำนวนที่มากโขเมื่อคิดว่า เท่ากับจำนวนคอมพิวเตอร์
ที่บริษัทมีทั้งหมด อีกทั้งครึ่งหนึ่งของคนกลุ่มนี้ สามารถเข้าถึง
อินเทอร์เน็ตและมีอีเมล์แอดเดรสใช้อยู่แล้ว ซึ่งแสดงว่า
ไทยประกันมีนักขายเกือบ ๑,๕๐๐ คน ที่มีความรู้
ความสามารถด้านไอที ถึงขั้นนำมาใช้ประโยชน์
ได้เต็มประสิทธิภาพและพร้อมที่จะสื่อข่าวสารข้อมูล
กับบริษัทด้วยโน้ตบุ๊ก ของตัวเอง
ผมจึงให้สมญานามนักขายไทยประกันกลุ่มนี้ว่า
นักขายไร้ขีดจำกัด (Unbound Salesperson)
โดยล้อกับหัวข้อบรรยาย เรื่อง การขายแบบไร้ข้อโต้แย้ง
ของวิทยากรในงานฉวยเวลาคว้าโอกาสนั่นเอง
|
| |

ถ้าจะถามเหตุผลว่าทำไมผมใช้คำว่า นักขายไร้ขีดจำกัด ก็ต้องขออธิบายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
นักขายประกันนั้น ต้องเรียกว่าเป็น นักขายจรยุทธ์ (Mobile Salesperson) เพราะกรมธรรม์ประกันชีวิตมิใช่สินค้าที่ลูกค้าเดินเข้ามาหาซื้อถึงที่ มีแต่จะต้องจรลีออกไปหาลูกค้า ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกำหนดว่า ลูกค้าจะเข้ามาซื้อสินค้าของห้างได้เฉพาะที่ทำการของห้างในเวลา 10.00 น.ถึง 22.00 น.เท่านั้น แต่นักขายจรยุทธ์ไม่อาจกำหนดสถานที่และเวลาในการเปิดและปิดการขายเช่นห้างสรรพสินค้าได้ ดังนั้นข้อจำกัดประการแรกของนักขายคือสถานที่และเวลาอันเป็น โอกาส ที่จะได้ทำงาน
ข้อจำกัดประการต่อมาของนักขาย คือ ความสามารถ อันเป็นผลมาจากการสั่งสมประสบการณ์และความรู้ทั้งในและนอกวิชาชีพ ไม่ว่าจะขายสินค้าอะไร นอกจากจะต้องรู้จักสินค้าที่ตนขายดีพอที่จะอธิบายให้ลูกค้าเห็นประโยชน์และคุ้มค่าต่อการซื้อหาแล้ว ก็ต้องรู้ว่าใครหรือคนกลุ่มไหนที่จะมีโอกาสเป็นลูกค้าของตน ทั้งยังต้องรู้ว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างที่จะทำให้เกิดโอกาสในการเปิดและปิดการขาย ฯล ฯ ผมเชื่อว่างานขายประกันชีวิตเป็นงานที่ยากพอ ๆกับเอาทรายไปขายให้ประเทศอาหรับ การที่จะอธิบายให้ผู้มุ่งหวังทุกคนที่มีโอกาสได้พบ ให้เข้าใจและยอมรับทุกคนถึงความจำเป็นที่ต้องซื้อความคุ้มครองให้กับชีวิตตนได้นั้น อาจต้องใช้ความรู้ในแนวกว้างและลึกประดามีทั้งโลกนี้ก็เป็นได้ และจะว่าไปแล้ว การสั่งสมความรู้ความสามารถ ไม่ได้เป็นข้อจำกัดที่จำกัดอยู่แค่วงการนักขายเท่านั้น แต่เป็นความจริงที่ยอมรับกันในทุกวงการว่า การเรียนรู้ ไม่มีวันจบสิ้น
การที่นักขายไทยประกันกลุ่มหนึ่งซึ่งกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ สามารถใช้เทคโนโลยีมาช่วยตนให้หลุดพ้นจากข้อจำกัดทางโอกาสและความสามารถ ในการทำงาน ทำให้ตนสามารถสื่อสาร เรียนรู้ และทำงานได้ทุกสถานการณ์ ทุกสถานที่และทุกเวลานั้น สมควรแล้วที่จะเรียกขานนามท่านว่าเป็น นักขายไร้ขีดจำกัด และผมขอแสดงความนับถือท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย
|
| |
ดร.กานดาวดีและผม มีความเห็นตรงกันว่า นักขายไร้ขีดจำกัด เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของบริษัท บริษัทควร
ให้การสนับสนุน ในด้านระบบข้อมูลข่าวสารและโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวนักขายเอง
ในเบื้องต้น และสะท้อนกลับมาเป็นประโยชน์ของบริษัทในเบื้องปลายและอาศัยนักขายไร้ขีดจำกัดชุดแรกนี้ เป็นต้นแบบ
เพื่อขยายผล อันเป็นที่มาของโครงการนี้
พี่น้องผองเพื่อนนักขายชาวไทยประกันที่รักครับ ถ้าท่าน เข้าคอมฯเป็น เล่นเน็ตได้ และใช้อีเมล์ท่านคือนักขายไร้ขีดจำกัด
ในดวงใจของเรา มาสมัครเป็นสมาชิกรุ่น ๑ กับเราเถอะครับ ท่านไม่ต้องจ่ายไม่ต้องเสียนายหน้าแป๊ะเจี๊ยะแต่อย่างใด
แต่สิ่งที่ท่านจะได้กลับไป คือ ข้อมูลข่าวสารและโปรแกรมต่างๆ ที่บริษัทจัดให้ และเป็นประโยชน์ต่องานของท่านโดยตรง
แบบสด ๆร้อน ๆ ทันเหตุการณ์ทุกแง่มุม ระบบของเราจะเริ่มให้บริการข้อมูลข่าวสารได้ตั้งแต่ กลางเดือนธันวาคม ๒๕๕๐
เป็นต้นไป
|
|
|
 |
|
 |
เพิ่ม : 2009-01-26 23:25:58
อัพเดท : 2009-01-26 23:25:58
อ่านแล้ว : 3643 ครั้ง