ผู้จัดการภาคอาวุโส
ฉัตรีย์ชยา(ฉัตร์ภูมิ) วงษ์ละมาย
ตัวแทนไทยประกันชีวิต :ที่มากกว่าการประกันชีวิต :081-5552274
Banner


พิมพ์อีเมล์เพื่อรับข่าว

สมัครเพื่อรับข่าวสาร
ยกเลิกการรับข่าวสาร

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner

หน้าแรก > ข่าวประชาสัมพันธ์ > โรคตับแข็ง

โรคตับแข็ง
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ตับ เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมสภาพร่างกายให้อยู่ดีมีสุข โดยทำหน้าที่หลายอย่าง ตัวอย่าง เช่น ขจัดสารพิษออกจากเลือด สร้างภูมิคุ้มกันบางอย่างขึ้นมาต่อสู้โรคติดเชื้อ ตลอดจนกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ออกจากเลือด นอกจากนั้นตับยังทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบในการทำให้เลือดแข็งตัว ตลอดจนสร้างน้ำดี ซึ่งมีหน้าที่ช่วยการดูดซึมไขมัน และไวตามินชนิดละลายในน้ำมัน

ตับแข็งเป็นสภาวะตับที่เกิดแผลเป็นขึ้นหลังจากมีการอักเสบหรือภยันตรายต่อเนื้อตับ เมื่อเนื้อตับที่ดีถูกทำลายลงจากการอักเสบหรือสาเหตุอื่น ๆ เนื้อตับที่เหลือจะล้อมรอบและทดแทนด้วยเนื้อเยื่อประเภทพังผืด เป็นผลให้เลือดที่ไหลผ่านตับถูกอุดกั้น ไหลไม่สะดวก และการทำงานของตับลดลง เนื่องจากเนื้อตับดีที่เหลืออยู่ลดน้อยลง เคยมีผู้ประเมินไว้ว่าโรคตับแข็งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของประชากรโลก 25,000 คนทุกปี จัดได้ว่าเป็นสาเหตุการตายที่เกิดจากโรคเป็นอันดับที่ 8 นอกจากนี้โรคตับแข็งยังเป็นสาเหตุของการสูญเสียทางเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้ป่วยขาดงานรวมทั้งค่าใช้จ่ายรักษาในโรงพยาบาล และยังก่อให้เกิดทุกขเวทนาในผู้ป่วยที่เป็น เช่น ภาวะท้องมานน้ำ เป็นต้น

โรคตับแข็งมีสาเหตุมากมาย โดยสาเหตุนั้น ๆ จะต้องทำให้ตับมีการอักเสบเรื้อรังนาน ๆ เป็นปี จนทำให้เนื้อตับตายลง เกิดแผลเป็น มีเนื้อเยื่อพังผืดแข็งแทรกในตับ สาเหตุที่สำคัญที่พบในประเทศไทย คือ การดื่มสุราเรื้อรัง และการติดเชื้อสาเหตุที่ไวรัสตับอักเสบชนิดบี และซี เรื้อรัง รวมทั้งยาและยาสมุนไพรบางประเภท

  1. สุรา เมื่อกล่าวถึงโรคตับแข็ง คนทั่วไปก็มักจะนึกถึงสาเหตุจากการติดสุราเรื้อรัง ที่จริงแล้วแอลกอฮอล์เป็นเพียงสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคตับแข็ง โรคตับแข็งที่เกิดจากสุรามักเกิดขึ้นหลังดื่มสุราปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลาสิบ ๆ ปี ปริมาณของสุราที่ดื่มทำให้เกิดโรคตับแข็ง โรคตับแข็งแปรผันไปตามแต่ละบุคคลและเพศ สตรีมักเกิดโรคตับแข็งได้น้อยกว่าบุรุษในปริมาณสุราที่ดื่มเท่า ๆ กัน แอลกอฮอล์ในสุราจะทำให้เกิดความผิดปกติของการใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในตับ ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบจากสุราขึ้น และเมื่อเป็นนาน ๆ ก็จะเกิดภาวะตับแข็ง มีผู้ประเมินไว้ว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากกว่า 160 กรัมต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 5-10 เกิดภาวะโรคตับแข็งได้ง่าย หรือเปรียบเทียบได้เท่ากับการดื่มสุราวิสกี้ 480 ซีซี ต่อวัน หรือไวน์ 1,600 ซีซีต่อวัน หรือเบียร์ 4,000 ซีซีต่อวัน

     
  2. ไวรัสตับอักเสบ มีไวรัส 3 ตัวที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบเรื้อรัง ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ บี, ซี และดี ในประเทศไทยพบมากเฉพาะไวรัส บี และซีเท่านั้น ไวรัสตับอักเสบบี จัดเป็นสาเหตุสำคัญของโรคตับอักเสบเรื้อรัง และเป็นต้นเหตุของตับแข็ง ไวรัสตับอักเสบ ซี เป็นสาเหตุของตับอักเสบเรื้อรังและตับแข็งที่สำคัญในประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ส่วนไวรัสตับอักเสบ ดี จะเกิดเฉพาะในผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี อยู่ก่อนแล้วเท่านั้น (เพราะต้องอาศัยไวรัส บี ในการแบ่งตัวเติบโตของไวรัส ดี เอง) พบมากในประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น อิตาลี

     
  3. ยา สารพิษ และพยาธิบางชนิด ยาบางชนิดต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรังกลายเป็นตับแข็งได้ ยาประเภทสมุนไพรบางชนิด เช่น ยาเม็ดใบขี้เหล็ก ซึ่งนิยมใช้เป็นยานอนหลับ ถ้ากินขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็จะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรังได้ สารพิษบางประเภท เช่น สารหนู (arsenic) ก็ก่อให้เกิดพังผืดในตับได้ รวมทั้งพยาธิบางชนิด เช่น พยาธิ Schistosome ซึ่งอาศัยในเส้นเลือดก็กระตุ้นให้เกิดตับแข็งได้

     
  4. ภาวะดีซ่านเรื้อรัง เนื่องจากท่อน้ำดีอุดตัน ปกติแล้วน้ำดีถูกส่งขึ้นที่ตับ และไหลลงมาสู่ลำไส้เล็กส่วนต้น โดยมาตามท่อน้ำดี ถ้ามีการอุดกั้นการไหลของน้ำดีบริเวณท่อน้ำดีจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม เช่น จากนิ่วน้ำดีอุดท่อน้ำดี หรือเนื้องอกอุด หรือเบียดท่อน้ำดีจนตีบตันเป็นเวลานาน น้ำดีที่ไหลย้อนกลับไปที่ตับก็สามารถทำลายเนื้อตับจนเป็นตับแข็งได้

     
  5. ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง ทำให้มีเลือดคั่งที่ตับ เลือดไหลเวียนในตับลดลง เนื้อตับเกิดภาวะขาดออกซิเจนตายลง

     
  6. โรคกรรมพันธุ์บางชนิด เช่น โรควิลสันมีการสะสมของทองแดงมากในตับ ทำให้เนื้อตับอักเสบและตาย เกิดตับแข็ง โรคอื่น ๆ เช่น hemochromatosis มีการสะสมของเหล็กมากในตับ glycogen storage disease มีความบกพร่องของการใช้คาร์โบไฮเดรตบางประเภท

     
  7. โรคตับอักเสบจากภูมิต่อต้านตนเอง (autoimmune hepatitis) เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันหันมาทำลายตับตนเอง พบได้มากในชาวยุโรป แต่ประเทศไทยพบน้อย

     
  8. โรคตับอักเสบจากไขมัน (nonalcoholic steathepatitis) เป็นโรคที่เพิ่งพบกันเร็ว ๆ นี้ว่า ภาวะที่มีไขมันสะสมที่ตับเป็นจำนวนมาก อาจจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนตับกลายเป็นตับแข็งได้ ภาวะตับมีไขมันมากนี้อาจพบร่วมกับโรคบางโรคได้ เช่น เบาหวาน ทุโภชนาการ (ขาดอาหาร) อ้วนกว่าปกติ และการใช้ยาบางชนิด เช่น steroid เป็นเวลานาน ๆ

เมื่อเกิดภาวะตับแข็งขึ้นแล้ว ในขณะนี้ไม่มียาใด ๆ ที่สามารถแก้ไขภาวะพังผืดที่เกิดจากแผลเป็นในตับให้กลับมาเป็นปกติได้ นอกจากชะลอไม่ให้ตับมีการอักเสบหรือถูกทำลายมากขึ้น กล่าวคือ ป้องกันไม่ให้โรคตับแข็งเป็นมากขึ้น โดยการรักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดตับอักเสบ เช่น งดดื่มสุราในรายที่มีสาเหตุเกิดจากสุรา รักษาไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง ในรายที่เกิดจากไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ในรายที่เกิดจากโรคทางพันธุกรรม ชื่อโรควิลสัน การให้ยากินขจัดทองแดงส่วนเกิน (ซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบที่ตับ) ขับออกจากร่างกายก็จะช่วยป้องกันการลุกลามเป็นโรคตับแข็งได้ ถ้าทำการรักษาเร็วภายในระยะแรก ๆ ที่ยังไม่มีการทำลายเนื้อตับมาก

ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งควรได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ควรได้รับอาหารครบส่วน รวมทั้งอาหารประเภทโปรตีนอย่างน้อยโปรตีนได้น้อยกว่าปกติอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องกินเสริมให้เพียงพอ ยกเว้น ในรายที่เกิดอาการทางสมองเนื่องจากตับขจัดสารพิษไม่ได้ ในระยะเช่นนี้จำเป็นต้องกำกับการกินอาหารโปรตีนให้น้อยลงตาม คำแนะนำของแพทย์ ควรหลีกเลี่ยงสารพิษต่อตับ เช่น สุรา สำหรับยาที่อาจมีผลเสียต่อตับ เช่น ยาพาราเซตามอล ถ้าไม่กินในขนาดที่สูงเกินกว่าที่แพทย์แนะนำ ก็ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด

ในรายที่มีอาการบวม ขาหรือท้องมาน ควรกำกับการกินเกลือและอาหารดองเค็ม รวมทั้งน้ำปลา ซีอิ้ว ด้วย เพราะจะทำให้บวมมากขึ้น เนื่องจากมีภาวะเกลือคั่งมากกว่าปกติอยู่แล้ว ในรายที่มีอาการบวมมาก แพทย์อาจสั่งยาขับปัสสาวะเพื่อช่วยลดภาวะท้องมาน และบวม

การผ่าตัดเปลี่ยนตับเป็นการรักษาที่ดีที่สุด แต่ยังมีข้อจำกัดที่มีค่าใช้จ่ายสูง และตับที่มีผู้บริจาคมีจำนวนน้อย ผู้ป่วยเปลี่ยนตับยังจำเป็น ต้องกินยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดหลังผ่าตัดเปลี่ยนแล้ว ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนตับได้ผลดี มีอัตรารอดชีวิตมากกว่าร้อยละ 80 ภายในเวลา 5 ปี

 


เพิ่ม : 2008-05-08 11:02:39
อัพเดท : 2008-05-08 11:02:39
อ่านแล้ว : 45887 ครั้ง

คนเก่งเดือนนี้




Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner